ผมเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล ส่วนเธอเป็นดาวมหาลัย เราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งสมัยเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัด พอจบมอหกผมก็สอบชิงทุนรัฐบาลมาเรียนที่อเมริกา ส่วนเธอก็สอบเข้าได้ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น 14 กุมภาพันธ์ 2545
ผมตื่นแต่เช้าแล้วรีบจัดการทำภารกิจส่วนตัวเพราะวันนี้ผมมีภารกิจหัวใจที่สำคัญที่จะต้องทำ ผมค่อยๆหยิบเอากล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสีแดงใส่ในกระเป๋านักเรียน จากนั้นจึงรีบบึ่งรถมอเตอร์ไซด์คันเก่งออกจากบ้านไป ซักห้านาทีผมก็มาถึงร้านดอกไม้เจ้าประจำ แต่วันนี้คนเยอะมากกว่าปกติเพราะเป็นวันวาเลนไทน์ วันที่ความรักบานพร้อมกันทั่วโลก เนื่องจากตอนผมไปถึงมันยังแค่ราวๆเจ็ดโมงเศษๆดังนั้นบริเวณหน้าร้านจึงยังพอมีที่ให้ผมเข้าไปยืนเลือกดอกไม้ได้บ้าง ผมมองๆดอกไม้ที่ถูกจัดเรียงไว้บนแผงอยู่พักหนึ่ง แล้วป้าเจ้าของร้านก็ถามผมว่าวันนี้จะเอาช่อใหญ่ขนาดไหนล่ะ ผมยิ้มแล้วก็บอกป้าไปว่า วันนี้ผมขอแค่ดอกเดียวครับ แต่ขอเป็นกุหลาบสีขาวดอกใหญ่ๆนะครับป้า ป้าแกก็เลยเลือกมาให้ผมหนึ่งดอก พอจ่ายตังค์เสร็จผมก็รีบขับรถออกไป
ซักสิบนาทีให้หลังผมก็มาอยู่ที่หน้าปากซอยบ้านฟ้า ผมจอดรถนั่งรออยู่นานเลยล่ะ นานจนพี่ยามหมู่บ้านปั่นจักรยานเข้ามาถามว่ามาทำอะไร พี่แกคงคิดว่าผมเป็นขโมยอะ จะบ้าเหรอ ขโมยที่ไหนจะหน้าตาดีขนาดนี้ ผมคิดในใจ จริงๆแล้วผมน่าจะเป็นฝ่ายถามพี่แกมากกว่าว่าดูแลคนในหมู่บ้านยังไง ถึงได้ปล่อยให้จอมโจรหน้าใสมาขโมยหัวใจผมไปเนี่ย วันนี้ที่มาก็มาพร้อมกับหมายจับของหัวใจเลยนะ ผมยิ้มให้พี่แกนิดหนึ่งแล้วชี้ให้พี่แกดูดอกกุหลาบในมือ พี่แกก็เลยหัวเราะแล้วก็ปั่นจักรยานออกไป ซักพักผมก็ได้ยินเสียงรถที่คุ้นเคยของฟ้ากำลังวิ่งออกมาจากซอย แก้มใสๆกับตาโตๆของฟ้าเป็นอะไรที่ทำให้หัวใจผมละลายทุกทีที่เห็น
ยังไม่ทันที่ผมจะเรียก ฟ้าก็มาจอดรถข้างหน้าผมพร้อมกับรอยยิ้มใสๆแบบงงๆนิดๆที่เห็นผม
เต้มาทำอะไรตรงนี้อะ
พอดีทำของหายน่ะ ผมตอบด้วยหน้าตากวนๆ
อ้าว ทำอะไรหายเหรอ
หัวใจน่ะ ทำตกเมื่อกี้เอง ฟ้าพอจะเห็นบ้างป่ะ
ฮ่าๆ ถ้าเป็นหัวใจเต้นะ เราเก็บไว้ให้อย่างดีแล้วล่ะ ไม่ต้องหาแล้ว แล้วเราสองคนก็หัวเราะในความเลี่ยนของแต่ละฝ่าย
ตกลงมาทำอะไรเนี่ย แล้วไม่ไปโรงเรียนเหรอไง ฟ้าพูดพร้อมๆกับยิ้มให้ผม
ผมก็เลยยื่นของขวัญที่เตรียมมาให้ฟ้า ฟ้าถามว่ามันคืออะไร ผมก็เลยบอกให้แกะดูเลย ฟ้าใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็แกะเจ้าห่อกระดาษที่ผมนั่งห่อเป็นชั่วโมงออกได้อย่างง่ายดาย ข้างในนั้นเป็นรูปวาดเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนกำลังยื่นดอกไม้ให้เด็กผู้หญิง ซึ่งตอนวาดผมก็ตั้งใจจะให้มันออกมาเป็นผมกับฟ้านั่นแหละ
ขอบคุณนะเต้ แล้ววันนี้เต้ไม่เอาดอกไม้ไปให้น้องๆแฟนคลับของเต้เหรอ
อ๋อ มีสิ ทำไมจะไม่มี แต่มีให้ฟ้าคนเดียวนะ พูดจบผมก็ยื่นเจ้าดอกกุกหลาบสีขาวที่เตรียมมาให้ฟ้า
แฮปปี้วาเลนไทน์นะ ผมพูดลากเสียง ฟ้าก็ยิ้มแบบอายๆนิด เห็นแล้วน่ารักจัง
แล้วฟ้าก็หยิบตุ๊กตาเซมิกออกจากกระเป๋านักเรียนมาให้ผม มันเป็นตุ๊กตาเด็กผู้ชายกำลังถือหัวใจสีแดงครึ่งดวงไว้ในมือ
แหม แฟนใครนะน่ารักจัง ผมพูดไปหัวเราะไป
เต้ว่าแฟนใครก็แฟนคนนั้นแหละ ฟ้ายิ้ม
อุตส่าห์ให้หัวใจเราทั้งทีทำไมถึงไม่ให้เต็มดวงล่ะ อีกครึ่งหนึ่งจะเก็บไว้ให้ใครเหรอ ผมแกล้งประชด
ก็นี่ไง อีกครึ่งดวงก็อยู่กับเราไง จากนี้ไปเราสองคนจะได้ดูแลหัวใจของกันและกัน ฟ้ายิ้มพร้อมๆกับยื่นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงอีกตัว ที่ในมือถือหัวใจอีกครึ่งดวงที่เหลือไว้
ได้ฟังอย่างนั้นผมก็ยิ้มจนกรามค้างเลย ตอนนั้นผมอยากจะให้ในหนึ่งปีมีแต่วันวาเลนไทน์ซะจริงๆ แต่หลังจากนั้นไม่นานเราสองคนก็จบมอหก แล้วผมก็ต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา ทุกๆวันที่ผมอยู่ที่นั่นสิ่งที่ผมต้องทำเป็นประจำตอนพักเที่ยงก็คือวิ่งกลับมาที่ห้องเพื่อโทรศัพท์หาฟ้า เราคุยกันแทบทุกวัน ตอนนั้นผมรู้สึกว่าฟ้าคือชีวิตของผม ผมนั่งนับวันนับเดือนให้ผ่านไปเร็วๆเพื่อที่จะได้กลับไปเจอฟ้าซักที และแล้วหนึ่งปีก็ผ่านไป
มิถุนายน 2546
พอกลับมาผมก็อยู่บ้านได้ไม่นานเพราะไอเจ้าหัวใจครึ่งดวงของผมมันเรียกร้องอยากจะเจอคู่ของมัน ผมก็เลยไปหาฟ้าที่มหาวิทยาลัย ฟ้าเปลี่ยนไปมาก จากเด็กน้อยตาโตแก้มใสเมื่อปีก่อน มาวันนี้ฟ้าอยู่ในชุดนักศึกษากระโปรงสั้น ผมยาวเลยบ่า ฟ้าสวยขึ้นมาก มากซะจนผมรู้สึกหวั่นๆว่าคงมีคนมาจีบฟ้าเยอะน่าดูเลย ฟ้าคุยน้อยลง ไม่ค่อยพูดหวานๆกับผมเหมือนแต่ก่อน ผมเองตอนที่อยู่อเมริกาก็ได้ข่าวจากเพื่อนว่าฟ้ามีแฟนใหม่ แต่ผมก็ไม่เคยเชื่อ เพราะผมรักฟ้ามาก มากเกินกว่าที่จะเชื่อว่าคนที่ผมรักจะกล้าทำให้ผมเสียใจ
เรายังไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนแต่ก่อน ทานข้าวเย็นด้วยกัน ไปดูหนังด้วยกัน โทรศัพท์คุยกันจนตังค์หมดทุกคืน แต่ผมก็ยังแอบหึงอ้าอยู่ลึกๆแหละ ก็ฟ้าสวยซะขนาดนั้น จะไม่ได้ผมกลุ้มได้ไง เย็นวันหนึ่งตอนผมกำลังขับรถพาฟ้าไปส่งที่ที่เรียนพิเศษภาษาอังกฤษ ผมถามฟ้าว่ารู้สึกยังไงกับผม ฟ้าก็เงียบไม่พูดอะไร ผมก็ถามย้ำอีก ฟ้าก็ยังเงียบ ผมเลยจอดรถ ผมทิ้งจังหวะซักพักแล้วเอื้อมมือไปจับมือฟ้าแล้วก็ถามคำถามเดิม
มันสำคัญมากเลยเหรอเต้ ฟ้าถามผมกลับเบาๆ
ใช่ เราอยากรู้ อยากรู้ที่สุดเลย ผมตอบด้วยเสียงนิ่งๆแต่จริงจัง
ได้ งั้นเต้หลับตาก่อนสิ แล้วฟ้าก็ขยับตัวมาหอมแก้มผมเบาๆทีหนึ่ง พร้อมๆกับพูดว่า เราชอบเต้นะ
มันเหมือนโลกทั้งโลกของผมมันพังลงหลังจากได้ยินคำว่า ชอบ แทนที่จะเป็นคำว่า รัก
้ฟ้ารู้สึกกับเราแค่นั้นเองเหรอ ผมถามฟ้าไปด้วยนัยน์ตาเหม่อลอย
เราไม่รู้ พูดจบฟ้าก็เงียบไป
ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ก็เลยไปส่งฟ้าแล้วบอกว่าเดี๋ยวจะมารับตอนเลิกเรียน จากนั้นผมก็มานั่งคิดทบทวนอะไรในใจหลายๆอย่าง สุดท้ายก็เข้าข้างตัวเองว่าอย่างน้อยก็ยังพอมีหวังอยู่บ้าง อาจเป็นเพราะเราสองคนไม่เจอกันนานฟ้าก็เลยไม่แน่ใจในตัวผม ผมเลยคิดว่าน่าจะทำอะไรให้ฟ้าซักหน่อย เผื่ออะไรๆระหว่างเราจะได้ดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็กลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อน
ผมอยากให้ดอกไม้ฟ้าเหลือเกิน เพราะวาเลนไทน์ที่ผ่านมาไม่มีโอกาสได้ให้ ผมก็เลยขับรถไปที่ร้านดอกไม้ในมหาลัยแล้วก็สั่งให้เค้าจัดดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่ให้ผมช่อหนึ่ง เสร็จแล้วผมก็ขับรถออกไปพร้อมดอกกุหลาบช่อโต ในใจก็คิดถึงหน้าฟ้าว่าจะเป็นยังไงถ้าเห็นผมเอาเจ้าดอกกุหลาบนี่ไปเซอร์ไพร๊ส์ แต่ยังไม่ทันที่จะคิดได้ไกลถึงไหน ผมก็เห็นฟ้านั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผู้ชายคนหนึ่งผ่านผมไปทางร้านขายดอกไม้ที่ผมเพิ่งไปมา ตอนนั้นเหมือนหัวใจผมมันตกลงกับพื้น แต่คราวนี้มันไม่มีคนมาเก็บให้เหมือนคราวที่แล้ว ครั้งนี้เหมือนมันโดนกระแทกอย่างแรงจนแตกสลายไปเลย
ผมทำอะไรไม่ถูก แต่ผมก็ยังขับรถกลับมารอฟ้าที่เดิมที่นัดไว้ ใจหนึ่งก็อยากถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่อีกใจก็ไม่กล้าที่จะรู้ความจริง ผมนั่งรอจนนักศึกษาคนอื่นๆกลับกันไปหมด แต่ก็ยังไม่เห็นฟ้า ผมนั่งอยู่ตรงนั้นจนถึงห้าทุ่มก็เลยพาร่างไร้หัวใจกลับไปหอเพื่อน ผมโทรหาฟ้าหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับสาย เช้าวันรุ่งขึ้นผมจึงกลับบ้านเพื่อเตรียมจัดกระเป๋าเดินทาง
ผมตัดสินใจเลื่อนตั๋วเครื่องบินให้เร็วขึ้นก่อนกำหนดหนึ่งเดือน อีกสองวันผมก็จะไปจากฟ้า ผมไม่กล้าที่จะรู้รับรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับฟ้าอีกต่อไป แต่ใจหนึ่งก็อยากให้ฟ้าโทรมาหาซักครั้งก่อนไป เพราะหลังจากคืนนั้นฟ้าก็ไม่เปิดเครื่องอีกเลย
31 กรกฎาคม 2546
ผมอยู่ที่สนามบิน กำลังต่อแถวเพื่อขึ้นตั๋ว แล้วโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น บนหน้าจอมันบอกว่าเป็นเบอร์ของฟ้า ผมรีบรับสายทันที แต่เสียงที่ได้ยินกลับเป็นเสียงผู้ชาย น้ำตาผมมันเริ่มเอ่อ
นั่นเต้ใช่มั๊ย
ใช่ แล้วนั่นใคร ผมตอบเสียงห้วนๆ ใจก็อยากจะเอากำปั้นไปชกหน้ามันซักที
เราชื่อปอ เป็นเพื่อนฟ้า
แล้วมีอะไรกับเรา ผมเริ่มมีอารมณ์
ฟ้าโดนรถชน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล
ผมยืนนิ่ง พูดอะไรไม่ออก ปอก็เล่ารายละเอียดให้ฟัง ปอบอกว่าคืนนั้นตอนที่กำลังเรียนพิเศษกันอยู่ ฟ้าก็ขอให้ปอขับรถพาไปซื้อดอกกุหลาบ บอกว่าอยากจะเอาไปเซอร์ไพร๊ส์เต้ เพราะคิดว่าเต้คงโกรธที่ฟ้าไม่ได้พูดว่า รักเต้ แต่พอไปถึงสี่แยกหน้าร้านดอกไม้มันก็มีรถกระบะขับฝ่าไฟแดงออกมาชนปอกับฟ้า ปอไม่เป็นไรมากเพราะใสหมวกกันน็อก แต่ฟ้าสลบไปและก็เสียเลือดมากด้วย
ผมรีบวิ่งออกจากสนามบินแล้วโทรหาเพื่อนให้มารับ แล้วขอให้มันขับรถพาผมไปหาฟ้าที่ขอนแก่น ตลอดทางผมก็โทรเช็คกับปอตลอดว่าฟ้าเป็นยังไงบ้าง ปอบอกว่าตอนนี้หมอกำลังผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งออก ผมไปถึงโรงพยาบาลเอาราวๆเที่ยง ผมรีบวิ่งออกจากรถแล้วตรงไปที่เค๊าท์เตอร์ที่นัดกับปอไว้
ไหนห้องไหน! พาเราไปหาฟ้าเดี๋ยวนี้เลย
เต้ ฟ้าฝาอันนี้มาให้เต้ ปอหยิบกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งมาให้ผม แต่ผมใจร้อนอยากจะเจอแต่ฟ้า
เราอยากจะเจอฟ้า บอกมาสิว่าห้องไหน ตรงไหน เร็ว!!! แต่ปอก็เงียบ
ไอ้ปอ! ที่เราถามไม่ได้ยินเหรอไงฮะ ผมตวาดใส่ปออย่างไม่เกรงใจ
เต้
ฟ้าเสียแล้วนะ เมื่อก่อนหน้าเต้จะมาถึงซักชั่วโมงได้
........................" ผมยืนนิ่งมองหน้าปอ
ข้อความในกระดาษนั้นฟ้าเขียนไว้เมื่อวานตอนที่ฟื้นได้สติขึ้นมา แต่ก็เขียนได้ไม่นานเพราะฟ้าแทบขยับอะไรไม่ได้เลย"
ผมเลยหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาดู
โทรไปหาเต้นะ แล้วบอกเต้ว่าเรารักเต้มาก
ผมทรุดลงกับพื้นแล้วร้องไห้แบบไม่อายใคร เพียงเพราะแค่ต้องการได้ยินคำว่า รัก ทำให้ผมต้องสูญเสียคนรักของผมไปอย่างไม่มีวันกลับ เพียงเพราะผมวัดค่าของความรักจากคำพูดเลยทำให้ผมคิดว่ารักที่ฟ้ามีให้คงยังไม่พอ เพียงแค่ความคิดโง่ๆของผม เพียงแค่นั้น แค่นั้นจริงๆ
ฟ้ากลับมาได้มํ๊ย ฟ้าไม่ต้องรักเราก็ได้ ขอแค่ฟ้ากลับมา กลับมามีชีวิตอยู่ กลับมาเป็นคนคนเดิมที่เป็นทุกๆอย่างของเรา กลับมาเป็นคนรักษาหัวใจของเราเหมือนเดิมได้มั๊ย ได้มั๊ยฟ้า |